บทที่ 3 ผ่านความตายมา นิสัยจึงเปลี่ยน
ความกลัวเริ่มเกาะกินใจ อดเสียดายชีวิตก่อนไม่ได้ ชื่อเสียงกำลังโด่งดัง ตำราโบราณเล่มนั้นก็ยังเสียดาย ฟางซินอดจะถอนหายใจออกมาไม่ได้
เพราะเสียงถอนหายใจของนางเรียกสติเสี่ยวชิงได้ดี “คุณหนูฟื้นแล้ว ให้บ่าวไปตาม...” เสียงของนางเงียบหายไป หากไปตามฮูหยินใหญ่หรือคุณชายใหญ่มา คงไม่แคล้วต้องลากคุณหนูไปลงโทษแน่
“เจ้า...เสี่ยวชิงหรือ แล้วข้าเล่า...ชื่ออันใด” ฟางซินหันไปมองใบหน้าของสาวใช้ที่ดูตกใจจนวิญญาณหลุดลอยไปแล้ว
“คุณหนู!!! ฮือออออ” นางส่งเสียงร้องออกมาจนฟางซินถึงกับสะดุ้ง
“เจ้า เจ้าร้องทำไม”
“คุณหนูเสียสติไปแล้วหรือเจ้าคะ”
“เอ่อ...ความจำเสื่อม คงแค่ความจำเสื่อมไม่ได้เสียสติ” ฟางซินไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะออกมาดี “เจ้าหยุดร้องแล้วเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดออกมา ข้าเป็นใคร แล้วเกิดอันใดขึ้น” ต้องรู้ก่อนถึงจะแก้ไขสถานการณ์ได้ถูก
“คุณหนูมีนามว่า เถียนฟางซิน เป็นบุตรีเพียงหนึ่งเดียวของเจ้าเมืองเจียงหนาน ทำให้คุณหนูและนายหญิงติดตามไปใช้ชีวิตอยู่ด้วย เมื่อครึ่งปีก่อนนายท่านกับฮูหยินประสบเคราะห์ร้ายถูกโจรที่บุกปล้นจวนสังหารจนจบชีวิต ตระกูลเถียนยามนี้มีเพียงคุณหนูที่เหลือรอดเพียงผู้เดียว”
ฟางซินอดตกใจไม่ได้ นางกับเจ้าของร่างมีชื่อเหมือนกัน เจ้าของร่างถูกรับตัวมาจากเมืองเจียงหนาน เพื่อมาพึ่งพาตระกูลซูในเมืองหลวง ตัวนางเป็นหลานสาวบ้านเดิมของฮูหยินผู้เฒ่าซู ด้วยเหลือเพียงนางที่เป็นญาติเพียงผู้เดียวจึงต้องรับมาอยู่ด้วย
ยามนี้ เถียนฟางซินอายุได้เพียงสิบสี่หนาวเท่านั้น ฮูหยินผู้เฒ่าไม่วางใจที่จะทิ้งนางไว้เจียงหนานเพียงลำพัง ด้วยสมบัติของตระกูลเถียนที่ทิ้งเอาไว้เรียกได้ว่ามหาศาล และไม่รู้ว่ากลุ่มโจรที่เอาชีวิตบิดามารดาของนาง จะตามมาเอาชีวิตนางด้วยอีกคนหรือไม่
นางเป็นบุตรีเพียงคนเดียวของท่านเจ้าเมืองเถียน เถียนเฉิง มารดามีนามว่า กงซีหว่าน จึงมีนิสัยดื้อรั้นอยู่ไม่น้อย พอมาถึงตระกูลซู พบเจอญาติผู้พี่ก็หลงใหลในรูปลักษณ์ภายนอกที่ล่อลวงจิตใจคนในทันที นางเพิ่งเดินทางมาอยู่ได้เพียงสามเดือนก็ก่อเรื่องเสียแล้ว
ด้วยรู้มาว่า ซูเหยี่ยนจื้อ มีสตรีที่พึงใจอยู่แล้ว คือคุณหนูหลี่ หลี่หลิวอวี้ ทุกครั้งที่พบเจอหลี่หลิวอวี้ เถียนฟางซินจะแสดงอาการหึงหวงซูเหยี่ยนจื้อออกมาอย่างโจ่งแจ้ง เมื่อสองวันก่อนดูจะรุนแรงที่สุด หลี่หลิวอวี้ติดตามพี่ชายของนางมาที่จวนตระกูลซูเพื่อพูดคุยเรื่องตำรากับซูเหยี่ยนจื้อ เถียนฟางซินบังเอิญเห็นทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนิทสนมจึงอยากจะกลั่นแกล้งให้หลี่หลิวอวี้เสียหน้าต่อหน้าญาติผู้พี่ จึงวางแผนจะให้นางตกน้ำ แต่ไม่รู้ทำอีท่าไหนคนที่ตกน้ำถึงกลายเป็นนางไปได้
ฟางซินนอนตัวสั่นอยู่บนเตียง เหงื่อเย็นไหลออกมาทั่วทั้งร่าง หากนางเดาไม่ผิด ร่างเดิมของนางก็คือนางร้ายในเรื่อง ยอดรักราชัน เพียงแค่คิดถึงจุดจบของตนเองนางก็อยากจะหนีกลับเจียงหนานแล้ว
“เสี่ยวชิง...เหตุใดข้าถึงไม่ถูกสังหารเล่า” นางหันไปมองเสี่ยวชิงอย่างสงสัย
“ตอนที่คนร้ายเริ่มบุกเข้ามา ฮูหยินให้บ่าวกับแม่นมพาคุณหนูไปซ่อนตัวจึงรอดพ้นเคราะห์ร้ายไปได้ แต่ฮูหยินกับนายท่าน”
“...” ฟางซินนิ่งเงียบไป นางไม่รู้ว่าเบื้องหลังเรื่องนี้มีอะไรซ่อนอยู่หรือไม่ ด้วยบิดาของเจ้าของร่างเป็นเจ้าเมืองตงฉิน
เมืองเจียงหนาน เป็นแหล่งผลิตเกลือใหญ่สุดของแคว้น ผลประโยชน์ไม่น้อยที่ต้องผ่านมือ ไม่รู้ว่าไปขัดขวางงานของผู้ใดเข้าหรือไม่
ฟางซินเอ่ยถามถึงสาเหตุการตาย ทั้งสิ่งที่น่าสงสัยหลายจุดกับเสี่ยวชิง แต่ดูเหมือนนางไม่ต้องการที่จะพูดออกมา ทั้งยังเกลี้ยกล่อมให้ฟางซินลืมเรื่องราวนี้ไปเสีย แล้วใช้ชีวิตอยู่ในจวนตระกูลซูให้ดี
“คุณหนู ต่อไปฮูหยินผู้เฒ่าซู ต้องหาบ้านสามีที่ดี ที่จะคุ้มครองท่านได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”
“...” ใบหน้าของฟางซินบิดเบี้ยวอย่างไม่น่าดู ร่างนี้เพิ่งจะอายุสิบสี่หนาว จะให้รีบออกเรือนไปไหน แต่หากดูตามยุคที่นางมาอยู่ วัยนี้ก็มีคนที่ออกเรือนไปบ้างแล้ว
ฟางซินอดจะส่ายหน้าให้กับความคิดของสตรีในยุคนี้ไม่ได้ เพียงมาถึงในวันแรกเนื้อเรื่องที่รู้มาก็ไม่เป็นเช่นเดิมแล้ว ไม่รู้ว่าหลังจากนี้ความจริงที่ต้องเผชิญกับเนื้อเรื่องในนิยายจะต่างกันมากน้อยเพียงใด
“พรุ่งนี้ ข้าต้องไปตระกูลหลี่หรือไม่”
“คุณชายใหญ่คงไม่ใจดำลากคุณหนูไปทั้งที่ยังไม่หายดีหรอกเจ้าค่ะ” ดูเหมือนเสี่ยวชิงเองก็ไม่มั่นใจ ฟางซินยิ่งก็ไม่อยากเชื่อในคำพูดของเสี่ยวชิง นางคิดว่าซูเหยี่ยนจื้อต้องลากนางไปแน่
“มีเจ้าที่ติดตามข้ามาผู้เดียวหรือ” ในห้องนอกจากเสี่ยวชิง ฟางซินก็ไม่เห็นผู้ใด
“มีแม่นมเหยาอีกคนเจ้าค่ะ ตั้งแต่คุณหนูตกน้ำ แม่นมก็เป็นลมไปเช่นกัน ยิ่งรู้ว่าคุณหนูไม่ได้สติถึงสองวัน แม่นมก็ล้มป่วยเจ้าค่ะ คุณหนู...ท่านตัดใจจากคุณชายใหญ่ซูเถิดเจ้าค่ะ”
“อืม...ไม่ต้องให้เจ้าบอก ข้าก็ไม่คิดจะข้องเกี่ยวกับเขาแล้ว”
“คุณหนูพูดจริงหรือเจ้าคะ” เสี่ยวชิงกับแม่นมเหยา อ้อนวอนให้ฟางซินเปลี่ยนใจอยู่หลายหน แต่นางดื้อรั้นเกิน ทั้งยังปักใจหลงใหลในรูปโฉมที่หล่อเหลาของซูเหยี่ยนจื้อ
“จริงอาจจะเป็นเพราะ...ผ่านความตายแล้วมามั้ง ข้าถึงได้รู้ว่าสิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร” อยู่ให้ห่างพระรองเลือดเย็นผู้นี้ไว้เป็นดีที่สุด ไว้ค่อยคิดหาหนทางย้ายไปอยู่ที่อื่น ไม่เกี่ยวข้องกันดีที่สุด “เจ้าไปพักเถิด ไม่ต้องอยู่เฝ้าข้าแล้ว ข้าจะนอนต่อ”
“เจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจไม่ได้น้อย นางต้องการพักผ่อนแล้วเช่นกัน พรุ่งนี้คงจะเกิดเรื่องอีกไม่น้อย
